| ๑. เครื่องหมายคำพูด " " | ๒. เครื่องหมาย วงเล็บ ( ) | ๓. เครื่องหมายไม้ยมก ๆ มีชื่อเรียกว่า ไม้ยมก | ๔. เครื่องหมายไปยาลน้อย ฯ | ๕. เครื่องหมายไปยาลใหญ่ ฯลฯ | | ๖. เครื่องหมายตกใจ ! | | ๗. เครื่องหมายบุพสัญญา " | คำพ้องรูปและคำพ้องเสียง | ๑. คำพ้องรูป | ๒. คำพ้องเสียง | | ๓. คำพ้องทั้งรูปและเสียง | เครื่องหมายวรรคตอน เครื่องหมายวรรคตอน

เครื่องหมายวรรคตอน เป็นเครื่องหมายที่ใช้สำหรับเขียนกำกับข้อความต่างๆ เพื่อทำให้ข้อความนั้นเด่นชัดขึ้น และทำให้อ่านได้ถูกต้องชัดเจน


๑. เครื่องหมายคำพูด " "


เครื่องหมาย " " มีชื่อเรียกว่า เครื่องหมายคำพูด หรือ อัญประกาศ (อ่านว่า อัน-ยะ-ประ-กาด) ใช้สำหรับเขียนคร่อมคำหรือข้อความที่ยกมาจากที่อื่นหรือเป็นคำพูด เพื่อเน้นข้อความนั้น ให้เด่นชัด เช่น

"ไปไหนมาจ๊ะ" ญาดาถาม

วิภาตอบว่า "ไปเดินเล่นมาจ๊ะ"

"เฉก" หมายถึง เช่น เหมือน


๒. เครื่องหมาย วงเล็บ ( )


เครื่องหมาย ( ) มีชื่อเรียกว่าวงเล็บ หรือ นขลิขิต (อ่านว่า นะ-ขะ-ลิ-ขิด) ใช้เขียนคร่อมคำ ข้อความ หรือตัวเลข เพื่ออธิบายหรือขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

คำกริยา (อ่านว่า คำ-กริ-ยา)

พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)

เขาขายที่ดิน ๒ ไร่ (๑ ไร่ เท่ากับ ๔๐๐ ตารางวา)

  • เวลาอ่านข้อความที่ใช้ ( ) ให้อ่านวงเล็บเปิด อ่านข้อความในวงเล็บ แล้วอ่านวงเล็บปิด


๓. เครื่องหมายไม้ยมก ๆ มีชื่อเรียกว่า ไม้ยมก



ใช้เขียนไว้หลังคำหรือข้อความเพื่อให้อ่านคำหรือข้อความนั้นซ้ำกันสองครั้ง เช่น

น้องๆ กินข้าว อ่านว่า น้องน้องกินข้าว

ฉันหลับบ่อยๆ อ่านว่า ฉันหลับบ่อยบ่อย

ญาติๆ มาเยี่ยมเรา อ่านว่า ญาติญาติมาเยี่ยมเรา


๔. เครื่องหมายไปยาลน้อย ฯ


เครื่องหมาย ฯ มีชื่อเรียกว่า ไปยาลน้อย หรือเปยยาลน้อย ใช้เขียนท้ายคำ เพื่อละความาส่วนหลังซึ่งทำให้คำสั้นลง แต่เวลาอ่านต้องอ่านเต็มทั้งข้อความ เช่น

กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุงเทพมหานคร

น้อมเกล้าฯ อ่านว่า น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

วัดมหาธาตุ อ่านว่า วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์


๕. เครื่องหมายไปยาลใหญ่ ฯลฯ



เครื่องหมาย ฯลฯ มีชื่อเรียกว่า ไปยาลใหญ่ หรือ เปยยาลใหญ่ ใช้เขียนหลังข้อควมที่ยังไม่จบ ยังมีข้อความต่อไปอีกมาก และข้อความนำเป็นข้อความประเภทเดียวกัน การอ่านเครื่องหมาย ฯลฯ ให้อ่านว่า ละ

๖. เครื่องหมายตกใจ !

เครื่องหมาย ! มีชื่อเรียกว่า ตกใจ หรือ อัศเจรีย์ ใช้เขียนหลังคำอุทาน หรือข้อความที่มีลักษณะคล้ายคำอุทาน เพื่อให้อ่านออกเสียงเเสดงความรู้สึก

อาการแสดงความรู้สึกดีใจ เสียใจ ตกใจ แปลกใจ เช่น ไชโย! โธ่! โอ๊ย!



๗. เครื่องหมายบุพสัญญา "



เครื่องหมาย " มีชื่อเรียกว่า บุพสัญญา ใช้เขียนเเทนคำหรือข้อความที่เหมือนกับคำหรือข้อความในบรรทัดบน การอ่านให้อ่านเหมือนคำหรือข้อความที่อยู่บรรทัดบน เช่น

๑๑ อ่านว่า สิบ-เอ็ด

๒๑ " ยี่-สิบ-เอ็ด



768083jmoifvpuk3.gif


  • คำพ้องรูปและคำพ้องเสียง



คำพ้อง คือ คำที่เขียนรูปหรือออกเสียงตรงกัน แต่ความหมายต่างกัน

คำพ้อง แบ่งเป็น ๓ ชนิด ดังนี้


๑. คำพ้องรูป


คำพ้องรูป คือ คำที่เขียนเหมือนกัน แต่อ่านออกเสียงต่างกัน และมีความหมายต่างกัน การอ่านคำพ้องรูปให้ถูกต้องควรดูข้อความอื่นๆ ประกอบด้วยว่าคำพ้องรูปนั้น หมายถึงอะไร เเล้วจึงอ่านให้ถูก
ตัวอย่าง คำพ้องรูป

ครุ อ่านว่า คฺรุ หมายถึง ภาชนะสานชนิดหนึ่ง

คะ-รุ หมายถึง ครู, หนึ่ง

ปรามาส อ่านว่า ปฺรา-มาด หมายถึง ดูถูก

ปะ-รา-มาด อ่านว่า การจับต้อง การลูบคลำ

พยาธิ อ่านว่า พะ-ยา-ธิ หมายถึง ความเจ็บไข้

พะ-ยาด หมายถึง ชื่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง

เพลา อ่านว่า เพลา หมายถึง แกน, ดุมล้อ, เบาลง

เพ-ลา หมายถึง เวลา

สระ อ่านว่า สะ หมายถึง แอ่งน้ำขนาดใหญ่, ชำระล้าง

สะ-หระ หมายถึง อักษรแทนเสียงสระ


๒. คำพ้องเสียง


คำพ้องเสียง คือ คำที่อ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนต่างกัน และมีความหมายต่างกัน
ตัวอย่าง คำพ้องเสียง

เขี้ยวงู เคี่ยวน้ำแกง อ่านว่า เขี้ยว

ซ่อมเเซม ช้อนส้อม อ่านว่า ส้อม

คุณค่า ถูกฆ่า ข้าทาส อ่านว่า ค่า

สัตว์เลี้ยง ซื่อสัตว์ อ่านว่า สัด

๓. คำพ้องทั้งรูปและเสียง



เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คำหลายความหมาย ซึ่งหมายถึง คำที่มีรูปเหมือนกัน อ่านออกเสียงอย่างเดียวกัน เเต่มีความหมายหลายอย่างเเล้วเเต่จะนำไปใช้
ตัวอย่าง คำพ้องทั้งรูปและเสียง

คำว่า "ขัน" อ่านว่า ขัน หมายถึง ๑. ภาชนะสำหรับตักหรือใส่น้ำ

๒. ทำให้ตึงหรือเเน่นด้วยวิธีหมุนเข้าใป เช่น ขันนอต

๓. อาการร้องเป็นเสียงอย่างหนึ่งของไก่

๔. หัวเราะ รู้สึกตลก





เครื่องหมายวรรคตอน







http://www.youtube.com/watch?v=erO_DIiBPwE&feature=plcp
3/9/55

630440tfk626cs5s.gif





BACK NEXT